ข่าวกีฬาฟุตบอล คาวานี่แสบสุดขั้ว ! ผ่า 5 ข้อ แมนยู ชนะ เอฟเวอร์ตัน ทะลุตัดเชือกคาราบาว คัพ

ข่าวกีฬาฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงโชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงเมื่อสามารถบุกปราบ เอฟเวอร์ตัน 2-0 ที่สนามกูดิสัน พาร์ค ในศึกคาราบาว คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ เมื่อวันพุธที่ 23 ธันวาคมที่ผ่านมา ทำให้พวกเขาทะลุเข้าไปดวลกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในรอบตัดเชือกในเดือนมกราคมนี้

ข่าวกีฬาฟุตบอล

ข่าวกีฬาฟุตบอล เกมนี้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ยังคงใช้งาน บรูโน่ แฟร์นันด์ส และ ปอล ป็อกบา ทำหน้าที่เป็นแกนหลักของทีม ส่วนแนวรุกใช้ เอดินสัน คาวานี่ ลงเป็นตัวจริง และก็ไม่ทำให้ผิดหวังเมื่อเขาสวมบทฮีโร่ซัดปลดล็อกให้ทีมในช่วงท้ายเกม ก่อนที่ อองโตนี่ มาร์กซิยาล จะตะบันตอกฝาโลงช่วงทดเจ็บ

สำหรับเกมแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ นอกรอบครั้งนี้ จะลงแข่งในสนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด และยังเป็นโอกาสดีที่ โซลชา จะได้แก้มือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่เขี่ยพวกเขาร่วงตกรอบเดียวกันนี้

1. ถ้วยใบนี้ไม่ได้มาเล่นๆ แต่จะเอาให้ได้

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเขาต้องการที่จะเอาจริงกับการแข่งขันในรายการนี้ ไม่อย่างนั้นคงไม่ใส่ชื่อ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ลงทำหน้าที่เป็นจอมทัพตั้งแต่นาทีแรก เพราะ “น้าลูกอม” มองว่าความสำเร็จเป็นสิ่งที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องการอย่างมาก เพื่อเป็นน้ำหล่อเลี้ยงความฝันในอนาคต

ที่สำคัญตั้งแต่เสียงนกหวีดแรกของกรรมการพ่นออกมา ทัพ “ปีศาจแดง” ครองเกมได้ตลอด เพียงแต่พวกเขาไม่สามารถส่งบอลไปซุกก้นตาข่ายได้อย่างรวดเร็ว (นำ 2-0 เพียงไม่กี่นาที) เหมือนกับที่ทำได้ในศึก “สงครามกุหลาบ” ที่ไล่ต้อน “ยูงทอง” ลีดส์ ยูไนเต็ด เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ช่วงต้นซีซั่น แมนฯ ยูไนเต็ด มักจะโดนวิจารณ์ว่าเริ่มต้นเกมช้า อย่างไรก็ตามช่วง 2-3 แมตช์ที่ผ่านมา ทีมของกุนซือโซลชา แสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเขากำลังค่อยๆ เดินมาถูกทาง และสิ่งนี้เป็นการส่งสัญญาณให้เห็นว่าขุนพล “เร้ด เดวิลส์” มีความมั่นใจเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ

แม้หากมองตามหลักความเป็นจริงแล้วมันคงไม่สามารถทำได้แบบนี้ในทุกๆ สัปดาห์ แต่การได้เห็นฟอร์มที่มั่นใจแบบนี้ถือเป็นเรื่องที่ดี โดยเฉพาะคุณภาพการเล่นเกมรุกที่มีความดุดัน อย่างไรก็ตาม แมนฯ ยูฯ ยังคงต้องมีความเฉียบคมไปนิดเมื่อมีโอกาสทำประตูเพื่อเป็นการโยนแรงกดดันใส่คู่แข่ง เหมือนที่พวกเขาแสดงให้เห็นในเกมกับ ลีดส์

2. ตวนเซเบ้ สามารถเติมเต็มตำแหน่งแบ็กขวาได้

สำหรับเกมนี้ “น้าลูกอม” จำเป็นต้องพัก อารอน วาน-บิสซาก้า ที่กรำศึกมานานหลายเกมติดต่อกัน โดยตัดสินใจส่ง  อั๊กเซล ตวนเซเบ้ ลงมายืนประจำการในตำแหน่งแบ็กขวา ซึ่งนักเตะก็ทำผลงานได้น่าพอใจเลยทีเดียว ช่วยเล่นเกมรับได้ดี ส่วนเกมรุกก็มีขึ้นไปสร้างความหวือหวาเป็นระยะๆ

จริงๆแล้วตำแหน่งแบ็กขวาไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับ ตวนเซเบ้ เพราะเขาเปิดตัวในฐานะนักเตะชุดใหญ่ของสโมสรในตำแหน่งนี้อยู่แล้ว สำหรับผลงานในเกมนี้ต้องยอมรับว่า ตวนเซเบ้ รับหน้าที่ได้ดีไม่มีที่ติ แถมยังแสดงให้เห็นถึงการเล่นที่ผ่อนคลายไม่มีการแสดงความกดดันให้เห็นเลย

ตวนเซเบ้ ไม่กลัวที่จะวิ่งขึ้นไปเติมเกม ทั้งการช่วยเกมรุกของทีม, สร้างโอกาสให้กับเพื่อนร่วมทัพ “ผีแดง” ด้วยการเปิดบอลเลียดเข้าไปในเขตโทษให้ เอดินสัน คาวานี่ ซัดแต่ติดมือ โรบิน โฮลเซ่น สำหรับฟอร์มของนักเตะที่กูดิสัน พาร์ค แสดงให้เห็นว่าเขามีความหลากหลายในการเล่น และสามารถทำหน้าที่ได้ทั้งตำแหน่งฟูลแบ็ก กับเซนเตอร์แบ็ก

สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือ โซลชา ต้องให้โอกาสนักเตะได้ลงสนามมากยิ่งขึ้น ด้วยศักยภาพที่ ตวนเซเบ้ แสดงออกมาให้เห็นทั้งในเกมนี้ และแมตช์ก่อนหน้านี้ เขาถือเป็นออปชั่นพิเศษที่ “น้าลูกอม” สามารถจับมาใช้งานได้ตลอดเวลาจริงๆ

3. ไบยี่ แข็งแกร่งจัดการ ริชาร์ลิซอน หายไปจากเกม

หลายคนอาจจะเป็นห่วงแนวรับของทีมในเกมนี้ เพราะ โซลชา ตัดสินใจพัก วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ และเลือกส่ง เอริก ไบยี่ ลงทำหน้าที่เป็นคู่เซนเตอร์แบ็กกับ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ แต่งานนี้บอกเลยว่าเจ้าตัวไม่ทำให้แฟนบอล “เร้ด อาร์มี่” ต้องผิดหวังเมื่อสามารถคุมพื้นที่แนวรับให้ “ผีแดง” ได้อย่างยอดเยี่ยม

ไบยี่ มีโอกาสที่จะช่วยทีมในการผ่านบอลสวยๆ จากหลังไปกลางได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังเล่นเกมรับได้อย่างเหนียวแน่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าตัวเป็นผู้เล่นเซนเตอร์แบ็กที่มีความเร็ว และความคล่องตัว สามารถรับมือกับเกมบุกของ “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” ได้อย่างเด็ดขาด

นอกจากนี้ ไบยี่ ยังจัดการกับ ริชาร์ลิซอน จนหายไปจากเกม โดยเฉพาะในช่วงต้นครึ่งหลังเมื่อทั้งสองคนเข้าปะทะกันอย่างหนัก และสุดท้ายกลายเป็น กองหน้าชาวบราซิเลียน ที่ต้องถูกเปลี่ยนตัวออกไป ในขณะที่ แนวรับชาวไอวอรี่ โคสต์ สามารถเล่นต่อไปได้

สำหรับสิ่งนี้แสดงให้เห็นแล้วว่าสภาพร่างกายของ อดีตกองหลัง “เรือดำน้ำสีเหลือง” บียาร์เรอัล กลับมาฟิตสมบูรณ์เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว ฉะนั้นนี่ถือเป็นข่าวดีสำหรับ โซลชา ที่เขาจะมีผู้เล่นเซนเตอร์แบ็กเอาไว้ใช้งานมากขึ้น นอกเหนือจาก แม็กไกวร์ กับ ลินเดอเลิฟ

4. ความเหนื่อยล้าเริ่มแสดงออกมาให้เห็น

สำหรับตอนนี้สิ่งที่ โซลชา ต้องเริ่มคิดก็คือการในระบบโรเตชั่น เพราะในแมตช์เยือนเอฟเวอร์ตัน สาวก “เร้ด อาร์มี่” คงเห็นได้อย่างชัดเจนว่านักเตะตัวหลักในเกมนี้เริ่มแสดงอาการเหนื่อยล้าออกมาให้เห็น ซึ่งถือเป็นเรื่องอันตรายมากๆ ในการลุ้นความสำเร็จในฤดูกาลนี้

ในช่วง 45 นาทีแรก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สามารถครองเกมได้ดี แต่ต้องพบกับความยากลำบากในการสร้างสรรค์โอกาสทำประตู รวมทั้งการผ่านบอลไม่ค่อยแม่นยำบ่อยๆ แม้แมตช์นี้ กุนซือชาวนอร์เวย์ จะส่งผู้เล่นสำรองลงมาหลายคน แต่นักเตะตัวหลักก็ยังอยู่ครบทั้ง แฟร์นันด์ส, ปอล ป็อกบา, เมสัน กรีนวู้ด เป็นต้น

แดนกลางของแมนฯ ยูไนเต็ด ในเกมนี้ดูแล้วเล่นไม่เข้าขากันเลยโดยเฉพาะ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ที่แทบไม่มีส่วนร่วมในเกมบุกของทีมเลย ขณะที่ แฟร์นันด์ส กับ ป็อกบา ยังคงรักษามาตรฐานได้ดี แต่ในช่วงครึ่งหลังทั้งสองคนเพิ่มแสดงให้เห็นถึงอาการเหนื่อยล้า และไม่สามารถปั้นเกมได้มากนัก

เมื่อเหลือบไปเช็คโปรแกรมการแข่งขันของ แมนฯ ยูไนเต็ด นับตั้งแต่นี้ต้องบอกว่าหนักเอาการทั้งการต้องลงสนามช่วง “บ็อกซิ่งเดย์” แถมยังต้องปะทะกับ เลสเตอร์ ซิตี้ ที่ได้พักนักเตะอย่างเต็มที่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (ไม่มีเกมคาราบาว คัพ ลงเล่น) ฉะนั้นสภาพร่างกายที่ไม่เต็มร้อย อาจจะส่งผลกระทบต่อการยืนระยะยาวของทีม

5. คาวานี่ รับบทพระเอกและตัวร้าย

เอดินสัน คาวานี่  ได้รับโอกาสลงสนามเป็นตัวจริง ซึ่งแน่นอนว่าศักยภาพของนักเตะที่เต็มไปด้วยประสบการณ์แบบนี้ มีความสำคัญมากๆ ในการสู้กับทีมที่มีเกมรับเหนียวแน่น และก็เป็นไปได้ตามคาด เพราะหัวหอกชาวอุรุกวัยสามารถเข้าไปป่วนเปี้ยนในพื้นที่สุดท้ายเอฟเวอร์ตันได้บ่อยๆ

อดีตดาวยิงปารีส แซงต์-แชร์กแมง มีโอกาสยิงตั้งแต่นาทีที่ 16 เมื่อวอลเลย์มุมแคบแต่ไปติดเซฟ โอลเซ่น จากนั้นบอลกระดอนมาเข้าทาง คาวานี่ อีกทีกระดกด้วยซ้ายก่อนอัดด้วยขวาแต่ก็ไม่ผ่าน โอลเซ่น ที่ปิดมุมไว้ได้ ในช่วงต้นครึ่งมีโอกาสซัดบอลจากการเปิดของ ตวนเซเบ้ แต่ไม่ผ่านมือนายทวารเจ้าบ้าน

จนกระทั่งสองนาทีสุดท้ายเมื่อ คาวานี้ ได้บอลจาก อองโตนี่ มาร์กซิยาล ก่อนจะโชว์สเต็ปเทพโดยล็อคบอลด้วยขวาก่อนตะบันด้วยซ้ายพุ่งเสียบเสาไกลอย่างงดงาม เป็นประตูที่ “ผีแดง” เฝ้ารอมานาน และเป็นการปลดล็อกในช่วงเวลาที่เหมาะสม ก่อนที่ทีมจะมาได้ประตูตอกฝาโลงจาก “น้องหมาก”

เมื่อดูแบบนี้แน่นอนว่าสำหรับสาวกแมนฯ ยูฯ ต้องยกย่องให้ คาวานี่ เป็นพระเอกกอบกู้วิกฤติ แต่สำหรับแฟนบอลเอฟเวอร์โตเนี่ยน คงเห็น “เอล มาธาดอร์” คือตัวร้ายอย่างชัดเจน เพราะก่อนที่เขาจะเป็นฮีโร่ของ “ผีแดง” จริงๆ แล้วนักเตะน่าจะโดนไล่ออกไปก่อนด้วยซ้ำ

ทำไมนะเหรอ ? เพราะ ดาวยิงชาวอุรุกวัย ถูกแฉด้วยภาพว่ากระชากคอ เยร์รี่ มีน่า จนล้มลงไปนอนกับพื้นในช่วงต้นครึ่งหลัง โดยจังหวะนี้ แอนดี้ แมดลี่ย์ กรรมการมองไม่เห็นเหตุการณ์ดังกล่าว แถมถ้วยใบนี้ไม่มีการใช้ “วีเออาร์” จึงถือว่าเป็นโชคดีของ คาวานี่ ที่ยังคงได้อยู่ในสนามต่อไป

แม้ว่าจังหวะดังกล่าวจะไม่รุนแรงแต่เป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ฉะนั้นลองคิดดูหากแมตช์นี้ท่านเปาทันเกม และมีการใช้ “วีเออาร์” แน่นอนว่า คาวานี่ คงโดนใบแดง และประตูขึ้นนำอาจจะไม่มี ดีไม่ดีบทสรุปทั้งสองทีมอาจต้องดวลจุดโทษหาผู้ชนะก็ได้….

 

 

 

ขอบคุณข่าว : www.siamsport.co.th
สนใจสมัคร ติดต่อ : www.ufabetzoom.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *